ภาษี และ พรบ แตกต่างกันอย่างไร ปัญหาคาใจของผู้ขับขี่บนท้องถนน

ภาษี และ พ.ร.บ. แตกต่างกันอย่างไร?

          ปัญหาความสับสนนี้ เป็นเรื่องปกติของผู้ขับขี่ยานนต์บนท้องถนนกันหลายคนนะครับ ว่าป้ายภาษีหรือบางคนเรียกป้ายทะเบียน หรือ ป้ายวงกลมสีชมพู กับ พ.ร.บ. นั้นแตกต่างกันยังไง ทำไมมันถึงสำคัญ วันนี้พี่ฟูจะมาแถลงไขข้อสงสัยกันให้ทราบนะครับ

“พ.ร.บ.”คืออะไร

พรบ.
ตัวอย่าง พ.ร.บ.

พ.ร.บ. คือ การประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ ซึ่งกฏหมายบังคับให้ยานพาหนะทางบกทุกประเภทที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก ต้องทำประกัน พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เพื่อให้ความคุ้มครองกับตัวบุคคลที่ได้รับผลจากอุบัติเหตุ ซึ่งกฎหมายจะให้ความคุ้มครองต่อตัวคู่กรณีและผู้เอาประกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุในรูปแบบของเงินชดเชยและค่ารักษาพยาบาลตามที่กฎหมายกำหนด

โดย มีวงเงินคุ้มครอง ดังนี้
   1. ค่ารักษาพยาบาล  ไม่เกิน 80,000 บาท ต่อคน
   2. กรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวร  ไม่เกิน 300,000 บาท ต่อคน
   3. เงินชดเชยรายวัน (ผู้ป่วยใน)  ไม่เกิน 200 บาท ต่อวัน (ระยะเวลารวมไม่เกิน 20 วัน) 
   4. วงเงินความคุ้มครองต่อครั้ง  ไม่เกิน 5,000,000 บาท

เราจำเป็นต้องทำ พ.ร.บ.หรือไม่

จำเป็นอย่างมากครับ!!!  เพราะต้องใช้ประกอบในการต่อภาษีรถยนต์ประจำปี ตามที่กฏหมายบังคับให้รถทุกคันต้องทำ โดยสามารถต่อก่อนล่วงหน้าได้ไม่เกิน  3 เดือน

หากรถยนต์ของเราไม่มี พ.ร.บ. มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และเจ้าของรถต้องเก็บรักษาหลักฐานการมีประกันนี้ไว้พร้อมแสดงต่อเจ้าหน้าที่ทุกเวลาที่ใช้รถยนต์ด้วย

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ค่าปรับและบทลงโทษการขาดต่อภาษี และ พ.ร.บ. รถยนต์


“ภาษีรถยนต์”คือ?

ตัวอย่างป้ายภาษี

“การต่อภาษีรถยนต์” หรือ “การต่อทะเบียนรถยนต์” นั้น ถือเป็นสิ่งที่ ต้องทำตามกฎหมาย หากมีรถยนต์เอาไว้ในครอบครอง
การต่อภาษีรถยนต์นั้นบังคับให้ทำทุกปี โดยสามารถต่อล่วงหน้าได้ก่อนทะเบียนหมดอายุไม่เกิน 3 เดือน จำไว้ว่าการต่อภาษีรถยนต์นี้จำเป็นต้องทำทุกปี หากชำระล่าช้าอาจถูกปรับได้ และหากขาดชำระติดต่อกันเป็นระยะเวลา 3 ปี รถก็จะถูกระงับการใช้ทะเบียนและต้องทำเรื่องขอทะเบียนใหม่